Home ข้อคิด จงใช้ชีวิตเสมือนว่าเป็นวันสุดท้ายให้ได้ (เขียนไว้ดีมาก)

จงใช้ชีวิตเสมือนว่าเป็นวันสุดท้ายให้ได้ (เขียนไว้ดีมาก)

การเฝ้าบอกตัวเองว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต ที่จะมีโอกาสชื่นชมโลกใบนี้ถือว่าเป็นการสร้างความรู้สึกไม่ให้ตัวเอง เกิดความประมาทต่อเวลาที่เหลืออยู่

ทำให้เรียนรู้ที่จะเกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ อย่างรู้คุณค่ากระทั่งรู้ว่าชีวิตนี้ควรจะใช้สอยอย่างไร “วันเวลาผ่านไป ใจของเราล่ะ ?” เป็นประโยคที่นักปราชญ์ทั้งหลายมักจะตั้งขึ้นเป็นคำถามเกี่ยวกับชีวิตให้คนเราได้เรียนรู้ อย่างน้อยก็เป็นการกระตุก

ความรู้สึกของผู้ถามเองว่า “วันนี้ใช้ชีวิตไปในทิศทางใด”เพร าะหากเราประมาทหรือหลงมัวเ ม าอยู่กับเปลือกของชีวิต ทั้งที่เป็นลาภ ยศ สรรเสริญและความสุขที่ชาวโลกเข้าใจกัน เปลือกเหล่านี้ย่อมห่อหุ้มตัวตนเดิมแท้ของชีวิตให้หมด

สิ้นไป สุดท้ายก็ทำให้หลงยินดีกับเปลือกที่ลวงตา จนย ากที่จะสลัดให้หลุดออกไปได้เมื่อเราใช้ชีวิตท่ามกลางความหลงเพลิดเพลิน ก็ไม่ต่างอะไรจากคนที่มีตาแต่มองไม่เห็นมีหูแต่ฟังไม่ได้ยิน มีใจแต่ไร้ความรู้สึกนึกคิดในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม ด้วยเหตุนี้สิ่งที่มีอยู่ก็

ไม่ต่างอะไร จากสิ่งที่เรียกว่า “ขยะชีวิต” ดี ๆ นี่เองแต่สำหรับคนที่เห็นคุณค่าของตัวเอง ย่อมเรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจกับชีวิตคือกายและใจอันเป็นองค์ประกอบที่สำคัญด้วยปัญญา ทำให้หลุดจากวงโคจรของความลุ่มหลงได้เพร าะเข้าใจว่าจุดหมายที่แท้จริงของชีวิตนั้นคืออะไร รู้ว่าแก่นส า ระที่จะพึงให้บังเกิดมี

ในตนนั้นควรสร้างขึ้นอย่างไรสิ่งที่ปราชญ์ทั้งหลายให้ข้อคิด เพื่อให้ชีวิตนี้มีความสุข และความดีงามมาประดับตนนั่นก็คือให้รู้จักบอกกับตัวเองเสมอว่า “จงใช้ชีวิตเสมือนว่าเป็นราตรีสุดท้ายให้ได้”ผู้อ่ า นเคยสังเกตความรู้สึกของตัวเองไหมว่า เวลาที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและเต็มที่กับสิ่งนั้น ทุกความคิดและการกระทำจะเต็มไปด้วยความทุ่มเทและระมัดระวัง เราจะมี

สติเข้าไป คอยควบคุมมิให้เกิดความผิดพลาดอยู่เสมอสิ่งที่ตามมาจากการรู้จักระวัง ย่อมทำให้ชีวิตรู้คุณค่าในสิ่งที่เกี่ยวข้องมากขึ้น และทำให้ความรู้สึกดีที่เราปรารถนาเกิดขึ้นในใจอยู่เป็นนิจ ทุกความรู้สึกและการกระทำ

จึงเปี่ยมไปด้วยความงดงาม และน่าทะนุถนอมเกินจะหาใดปานการใช้ชีวิตโดยการเปรียบเทียบว่าเสมือนเป็นคืนสุดท้ายที่ต้องอยู่บนโลกนี้ก็เช่นเดียวกันความรู้สึกที่เราสร้างขึ้นในใจเช่นนี้ ย่อมมีสิ่งต่าง ๆ คอยเตือนเราไม่ให้ประมาท และคอย

เป็นกัลย าณมิตรเตือนให้รู้จักไขว่คว้าสิ่งที่ดีสำหรับตัวเองอยู่เนือง ๆ ทำให้เราได้มีโอกาสทบทวนชีวิตตามความเป็นจริง ทบทวนความบกพร่องที่ผ่านมาในอดีต และคำนึงถึง

เป้าหมายในอนาคตโดยอาศัยปัจจุบันเป็นจุดเริ่มต้นเพร าะคิดว่าวันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิต จึงต้องทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง ด้วยการมีวิธีคิดเช่นนี้อยู่บ่อย ๆ ย่อมทำให้เราตระหนักรู้ในสิ่งต่าง ๆ อย่างรู้ค่า และรู้จักปรับเปลี่ยนชีวิตให้มีสมบัติที่แท้จริงแก่ตัวเอง ด้วยเหตุนี้ความสุขที่จะพึงหวังจึงเริ่มมีมากขึ้น

อีกเหตุผลหนึ่งที่การเปรียบชีวิตเป็นเช่นกับว่าราตรีนี้เป็นวันสุดท้ายนั้นส่งผลสะท้อนที่ดีงามก็คือ การมีโอกาสได้ทำความเข้าใจชีวิตที่เป็นปัจจุบัน ทำให้รู้จักเรียนรู้ที่จะอยู่กับ

ชีวิตแต่ละขณะอย่างรู้เท่าทันด้วยสติมากขึ้นเพร าะเมื่อจิตประวิงถึงว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายในชีวิตของตน สิ่งหนึ่งที่จะแทรกเข้ามาในความรู้สึกโดยอัตโนมัติก็คือ “ความต้องการ คำตอบสุดท้ายในชีวิต” คำตอบที่หมายถึงการไม่กลับมาเวียนว่ายตา ยเกิดในวัฏสงส า รอันย าวนานนี้ หรือคำตอบที่ช่วยคลาย

ความสงสัยหลังจากชีวิตนี้สิ้นลงเมื่อมีคำถามที่ต้องการทราบเช่นนี้ผุดขึ้นในใจ สิ่งที่ตามมาย่อมทำให้รู้จักเลือกว่าชีวิตที่เหลืออยู่จะทำอะไรเพื่อตัวเอง สุดท้ายมักจะสลัดความจำเป็นที่เป็นเปลือกของชีวิตทิ้งไปได้จนทำให้มุ่งมั่นที่จะแสวงหาความดับทุกข์โดยสิ้นเชิงให้แก่ตัวเอง

การเฝ้าบอกตัวเองว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิตที่จะมีโอกาสชื่นชมโลกใบนี้ถือว่าเป็นการสร้างความรู้สึกไม่ให้ตัวเองเกิดความประมาทต่อเวลาที่เหลืออยู่ทำให้เรียนรู้ที่จะเกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ อย่างรู้คุณค่า กระทั่งรู้ว่าชีวิตนี้ควรจะใช้สอยอย่างไร

เพร าะหากเราทบทวนชีวิตที่กำลังสาละวนอยู่กับการที่ชีวิตมิควรหลงใหลได้ปลื้มจนเกินเหตุ แต่ควรเกี่ยวข้องอย่างพอเหมาะต่อสิ่งที่มี เราควรใช้เวลาที่มีอยู่เพื่อเรียนรู้แก่นส า รของชีวิต คือ เข้าใจทั้งต้นเหตุของการเกิด ขณะการก้าวย่าง และจุดจบของ

ชีวิตอย่างผู้มีปัญญาปัญญาที่ถูกฝึกหัดขัดเกลาอย่างถูกวิธี ย่อมเปิดโลกของความจริงในทุกด้านให้เราได้รับรู้และสัมผัสกับส า ระของชีวิตตามความเป็นจริง เมื่อนั้นเวลาที่มีอยู่และการจากลาโลกนี้ จึงชื่อว่าเป็นการเกิดและการจากลาที่คุ้มค่าสำหรับตัวเรา

โปรดใช้ชีวิตประหนึ่งว่าเป็นวันสุดท้าย และเป็นวันเต็มเปี่ยมด้วยปัญญาที่ต้องการค้นหาคุณค่าให้ตัวเอง แม้วันหนึ่งจะต้องจากโลกนี้ไป เราก็บอกตัวเองได้ว่า ครั้งหนึ่งได้แสวงหาความงดงามให้กับชีวิตเต็มที่แล้ว การเกิดของเราจึงชื่อว่าไม่เป็นหมันอีกต่อไป

ที่มา : create-readingth

Load More Related Articles
Load More By admin01
Load More In ข้อคิด

Check Also

30 ปี แต่ชีวิตไม่มีอะไร ต้องคิดเรื่องเหล่านี้ได้แล้ว

คนอายุในวัย 30 หลายคนอาจจะกำลังตั้งตัวได้ บางคนก็ประสบค … …